บทความ ทำอย่างไรให้หยุดสะอึก เทคโนโลยี

1644203496

วันที่เผยแพร่: Tue 25 January 2022

   เมื่ออาการสะอึกมาเยือน หลายคนคงมีวิธีการรับมือต่างกันไป ไม่ว่าจะพยายามกลั้นหายใจ กินน้ำ หรือทำให้ตัวเองตกใจ แต่เคยสงสัยไหมว่าการสะอึกนั้นเกิดขึ้นจากอะไร และจะหลีกเลี่ยงหรือทำให้หายสะอึกได้อย่างไรบ้าง
อาการสะอึก เกิดจากการหดตัวอย่างฉับพลันของกล้ามเนื้อกระบังลมที่อยู่ระหว่างช่องอกและช่องท้อง การหดตัวนี้ส่งผลให้เกิดการหายใจเข้าอย่างรวดเร็ว แต่อากาศที่เข้ามานั้นถูกกักโดยเส้นเสียงที่จะปิดลงทันทีทันใดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อกล่องเสียง ทำให้มีเสียงสะอึกตามมาในที่สุด

การสะอึกมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ การสะอึกระยะสั้น ๆ ที่เกิดขึ้นได้บ่อยและหายได้เร็ว โดยจะคงอยู่ไม่เกิน 48 ชั่วโมง และการสะอึกต่อเนื่องนานกว่า 48 ชั่วโมง การสะอึกชนิดหลังนี้พบได้ไม่บ่อยและควรเข้ารับการรักษา เพราะอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพได้

การสะอึก เป็นอาการทั่วไป เกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราว และไม่น่าเป็นกังวลใจแต่อย่างใด มักเป็นผลจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพียงอยู่ให้ห่างจากปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้

สูบบุหรี่มากเกินไป
ดื่มแอลกอฮอล์เกินพอดี
รับประทานอาหารอย่างรวดเร็วและมากเกินไป
รับประทานอาหารเผ็ดมากเกินไป
ดื่มเครื่องดื่มร้อนหรือเครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลม
ท้องอืด
กลืนอากาศมากไป สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเคี้ยวหมากฝรั่งหรืออมลูกอม
อุณหภูมิภายในท้องเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น การรับประทานของร้อนแล้วดื่มน้ำเย็นตาม
สาเหตุทางอารมณ์ เช่น เกิดความเครียด ตื่นเต้น หรือกลัว
อุณหภูมิห้องที่เปลี่ยนแปลงกระทันหัน

การสะอึกต่อเนื่องหรือการสะอึกเรื้อรัง นอกจากอาการสะอึกชั่วครู่ที่เราคุ้นเคยกันดี ยังมีอาการสะอึกอีกชนิดที่ยาวนานผิดปกติ โดยจะคงอยู่เกินกว่า 48 ชั่วโมง ควรระมัดระวังและอย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจเป็นผลมาจากโรคชนิดต่าง ๆ ต่อไปนี้

โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด ปอดบวม และเยื่อหุ้มปอดอักเสบ
โรคระบบทางเดินอาหาร เช่น กรดไหลย้อน ลำไส้เล็กอุดตัน และลำไส้อักเสบเรื้อรัง การติดเชื้อในช่องท้อง
โรคที่กระทบต่อเส้นประสาทที่ควบคุมกระบังลม เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ คอพอก และคอหอยอักเสบ
โรคที่ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง เช่น เนื้องอกที่กระทบสมอง ลมชัก สมองอักเสบ และสมองได้รับการกระทบกระเทือน
ปฏิกิริยาตอบสนองทางจิตใจ เช่น การเผชิญภาวะช็อก ความเศร้า ความตื่นเต้น ความเครียด และความกลัว
โรคเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ เช่น เบาหวาน
การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในเลือดที่อาจเกิดจากแอลกอฮอล์ ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ภาวะขาดแคลเซียมหรือโพแทสเซียมในเลือด

การรับประทานยาหรือการได้รับยาบางชนิดก็อาจส่งผลข้างเคียงให้มีอาการสะอึกได้เช่นกัน เช่น

ยาชา (Anaesthesia) มักใช้สำหรับการผ่าตัดเพื่อทำให้ชาหรือไม่รู้สึกตัว
เบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepines) เป็นยาระงับประสาท
คอร์ติโคสเตียร์รอยด์ (Corticosteroids) ยาสำหรับลดอาการบวมอักเสบ
บาร์บิทูเรต (Barbiturates) ใช้ป้องกันอาการชัก
ยารักษาภาวะความดันโลหิตสูงอย่างเมทิลโดปา (Methyldopa)
ยาระงับปวดโอปิออยด์ (Opioids)
ยาที่ใช้รักษาทางเคมีบำบัดเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง

วิธีแก้อาการสะอึก

สำหรับอาการสะอึกระยะสั้น มีเทคนิคหยุดสะอึกให้เลือกลองใช้มากมาย ซึ่งวิธีที่ได้ผลของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป และแม้ว่าจะยังไม่มีผลทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายหรือยืนยันได้แน่นอน แต่วิธีเหล่านี้ก็ไม่ได้มีอันตราย และเป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่าย

จิบน้ำเย็นจัด
กลั้วคอด้วยน้ำเย็น
กลั้นหายใจระยะสั้น ๆ แล้วนับ 1-10 ช้า ๆ
กัดมะนาวฝาน
กลืนน้ำตาลเม็ด หรือใช้ลิ้นแตะน้ำส้มสายชูคล้าย ๆ ชิม
หายใจในถุงพลาสติก
ดึงเข่าให้ติดหน้าอกหรือเอียงตัวไปข้างหน้าเพื่อกดหน้าอกลง
ทำให้ตกใจหรือทำให้จาม เพื่อให้เกิดการสูดหายใจเข้าอย่างแรง
อุดหูทั้ง 2 ข้าง บีบจมูกไว้ แล้วจิบน้ำจากแก้ว 1-2 อึก วิธีนี้อาจต้องใช้ผู้ช่วย

การสะอึกระยะยาวต้องรักษา

การสะอึกประเภทนี้ต่างจากการสะอึกระยะสั้นที่มักหายไปได้เอง แต่การสะอึกระยะยาวจะต้องรับการรักษาทางการแพทย์ โดยเริ่มที่การค้นหาต้นเหตุ อาจเป็นโรคที่ส่งผลให้เกิดอาการสะอึกหรือผลข้างเคียงจากยา แต่หากแพทย์ไม่พบปัญหาสุขภาพหรือสาเหตุใด ๆ ยาบางชนิดจะถูกนำมาใช้ในการช่วยรักษา เช่น บาโคลเฟน (Baclofen) เมโทรโคลพราไมด์ (Metoclopramide) และคลอโปรมาซีน(Chlorpromazine)

หากยาเหล่านี้ไม่ได้ผล ตัวเลือกถัดไปอย่างการฉีดยาชาเพื่อทำให้เส้นประสาทที่ควบคุมการหดตัวของกระบังลมหยุดทำงาน หรือใช้การกระตุ้นทางไฟฟ้าอ่อนไปยังเส้นประสาทเวกัสจึงจะถูกนำมาใช้เพื่อรักษาอาการสะอึกนี้

 

แหล่งที่มา
https://www.pobpad.com/สะอึกเพราะอะไร-ทำอย่างไร

 

Hits 825 ครั้ง


ขอบคุณ ที่มา : https://www.stkc.go.th/stiarticle/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B6%E0%B8%81

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *