บทความ 7 วิธีกำจัดเสมหะติดคอ เทคโนโลยี

1647419276

วันที่เผยแพร่: Wed 16 March 2022

  เสมหะหรือเสลด มักเกิดจากเชื้อโรค สิ่งแปลกปลอมที่เข้าไประคายเคืองที่หลอดลม ซึ่งเกิดขึ้นได้จาก มลพิษ การสูบบุหรี่ หรือการดื่มเครื่องดื่ม อาหารรสจัด จนทำให้เกิดการระคายเคืองที่คอได้ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ จะทำให้ร่างกายเกิดกลไกกระตุ้นการหลั่งเสมหะ ออกมาเคลือบลำคอ และเมื่อหลั่งออกมามากจนเกินไป จะทำให้เสมหะเป็นก้อนเหนียว และเกิดเสมหะติดคอได้ หากไม่กำจัดเสมหะออกไป อาจสร้างความรำคาญใจได้ และเสมหะยังเกิดขึ้นได้จากโรคต่าง ๆ ดังนี้

7 วิธีกำจัดเสมหะติดคอ
เสมหะติดคอ หากไม่ได้รับการกำจัดออกไป นอกจากจะสร้างความรำคาญใจแล้ว ยังทำให้หายใจได้ไม่สะดวกอีกด้วย โดยวิธีกำจัดเสมหะเบื้องต้นด้วยตัวเอง สามารถทำได้ ดังนี้

1.ไอให้เสมหะออกมา
วิธีนี้ใช้สำหรับผู้ที่มีเสมหะในลำคอเท่านั้น  ทำได้โดยการสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ ให้ลมหายใจเข้าไปอยู่หลังเสมหะ สังเกตได้จากทรวงอกที่ขยายไหล่ไม่ยก คอไม่ยืด กลั้นหายใจไว้สักครู่ แล้วจากนั้นให้ไอออกด้วยแรงพอควร จากนั้นให้บ้วนทิ้งในที่ที่เหมาะสม

2.พยายามขับน้ำมูกและเสมหะออกมา
การขับเสมหะออกมา เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการขจัดเสมหะ เนื่องจากการขับเสมหะ จะช่วยลดปริมาณเสมหะที่คั่งค้างอยู่ออกมา และข้อควรระวังคือ อย่ากลืนเสมหะที่ค้างอยู่ในร่างกาย เพราะอาจทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ระบบในร่างกายได้

3.ดื่มน้ำให้มาก
การดื่มน้ำเป็นอีกวิธี แก้ปัญหาเสมหะติดคอในผู้ป่วยไข้หวัด โดยให้ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง หรือน้ำอุ่นทุก ๆ ชั่วโมง จะช่วยละลายเสมหะ คลายความเหนียว ช่วยขับเสมหะออกมาได้

5.ดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ
เช่น น้ำขิง หรือซุปอ่อน ๆ จะช่วยในการกำจัดเสมหะ เนื่องจากอุณภูมิที่สูงกว่าปกติของน้ำ จะช่วยละลายเสมหะในคอได้เป็นอย่างดีไอมีเสมหะ
ทานอาหารรสเผ็ด
เช่น ต้มยำ น้ำพริก เนื่องจากสมุนไพรในอาหารเหล่านี้ จะช่วยขับเสมหะ และเปิดทางให้ระบบทางเดินหายใจคล่องตัวมากขึ้น แต่หากใครที่ทานเผ็ดไม่ได้ อาจทานเป็นต้มจืดร้อน ๆแทนได้

6.กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ
ใช้เกลือ ¼ ช้อนชา น้ำอุ่นแก้วใหญ่ ผสมกันแล้วนำมากลั้วคอ  โดยเงยหน้าขึ้นระหว่างที่กลั้วคอไปด้วย เกลือจะช่วยกำจัดแบคทีเรีย และน้ำอุ่นจะช่วยในการละลายเสมหะ

7.กำจัดเสมหะด้วยสมุนไพร
สมุนไพร สามารถช่วยกำจัดเสมหะได้ เช่น มะนาว มะขามป้อง มะแว้ง เป็นต้น
 

แหล่งที่มา
https://allwellhealthcare.com/phlegm/

Hits 1,808 ครั้ง


ขอบคุณ ที่มา : https://www.stkc.go.th/stiarticle/7-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%AD

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *